Skip to content
9 ปลั๊กอินสร้างแบบฟอร์มที่ดีที่สุดสำหรับ WordPress ในปี 2024

แบบฟอร์มการติดต่อเป็นส่วนที่มีไว้สำหรับให้ผู้ใช้เข้าขมเว็บไซต์ติดต่อกับหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากทางเว็บไซต์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วทุกเว็บไซต์ WordPress ก็มักจะหน้าฟอร์มการติดต่อแยกออกมาเป็นอีกหนึ่งหน้า การสร้างแบบฟอร์มติดต่อในเว็บไซต์ WordPress นั้น ทำได้ทั้งการสร้างจาก Page Builder เช่น Elementor หรือจากการใช้ปลั๊กอินที่ใช้สร้างแบบฟอร์มติดต่อโดยเฉพาะ ซึ่งก็มีอยู่มากมาย

ปลั๊กอินสำหรับสร้างแบบฟอร์มติดต่อน้ันมีอยู่มากมาย แต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป รวมถึงมีทั้งแบบเวอร์ชั่นฟรีและเสียเงิน ซี่งบางตัวก็ไม่มีเวอร์ชั่นฟรีให้ใช้ ในบทความนี้จะมาแนะนำ 9 ปลั๊กอินสำหรับสร้างแบบฟอร์มติดต่อสำหรับ WordPressที่ดีที่สุดในปี 2024

1. WPForms

WPForms เป็นปลั๊กอินแบบฟอร์มติดต่อที่ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress มากที่สุด โดย WPForms สร้างจากทีมงานเดียวกับที่สร้าง WpBeginner ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลและความรุ้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ WordPress, Theme และ Plugin ถือเป็นปลั๊กอินสร้างแบบฟอร์มติดต่อที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มียอดดาวน์โหลดไปใช้มากกว่า 193 ล้านครั้ง มีทั้งเวอร์ชั่น Lite ให้ใช้งานฟรี และเวอร์ชั่น Pro โดยในเวอร์ชี่น Pro นั้นมีราคาเริ่มต้นที่ Basic Plan ปีละ $49.50

WPForms

ข้อดี

WPForms สร้างแบบฟอร์มติดต่อได้ง่ายด้วยเครื่องมือสร้างแบบลากและวาง ใน WPForms Lite ซึ่งเป็น Free Version มาพร้อมกับฟีเจอร์แบบพอร์มการติดต่อที่จำเป็นต่อการใช้งานทั้งหมด รวมถึง recaptcha ที่มีไว้เพื่อป้องกัน Spam และยังสามารถรับชำระเงินผ่าน Stripe โดยเสียค่าธรรมเนียม 3 %

ส่วนในเวอร์ชั่น Pro นั้นจะมีฟังก์ชั่นมากขึ้น เช่น สามารถสร้างฟอร์มแบบหลายหน้า, แบบฟอร์มสมัครสมาชิกทางอีเมล, แบบฟอร์มชำระเงินขั้นสุง, แบบฟอร์มลงทะเบียนและอื่นๆ

สามารถสร้างแบบฟอร์มการชำระเงินทั้งแบบครั้งเดียวและประจำได้โดยการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มการชำระเงินเช่น Stripe, PayPal, Square และ Authorize.net โดยจะไม่มีค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมเพิ่มเติมอีกด้วย

ข้อเสีย

แม้ว่าจะมีเวอร์ชั่น Lite ที่ใช้งานได้ฟรี แต่ถ้าต้องการปลดล็อกฟังก์ชั่นเพื่อใช้งานได้เต็มรูปแบบ ก็ต้องอัปเกรดเป็นเวอร์ขั่น Pro

2. Formidable Forms

Formidable Forms เป็นปลั๊กอินสร้างแบบฟอร์มติดต่อสำหรับ WordPress ที่ทันสมัยที่สุดในตลาด ผู้พัฒนามีความเชี่ยวชาญในการทำให้ผู้ใช้สร้างโซลูชั่นที่มีรูปแบบซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว และมีตัวป้องกัน Spam มาให้ตัว มีทั้งแบบฟรีเวอร์ชั่นและเวอร์ชั่นเสียเงิน โดยในเวอร์ชั่น Pro นั้นมีราคาเริ่มต้นที่ Basic Plan ปีละ $39.50

Formidable Forms

ข้อดี

Formidable Forms มีเครื่องมือสร้างแบบฟอร์มติดต่อสำหรับ WordPress ที่ครบวงจรและมีส่วนเสริมที่ทรงพลัง ช่วยให้คุณสร้างได้มากกว่าแบบฟอร์มติดต่อแบบธรรมดา อินเตอร์เฟซเป็นแบบลากและวางเพื่อสร้างแบบฟอร์มขั้นสูง เช่น แบบทดสอบ, แบบสำรวจ, แบบฟอร์มการชำระเงิน, แบบฟอร์มลงทะเบียนผู้ใช้แบบกำหนดเอง, แบบฟอร์มโปรไฟล์ และอื่นๆ

ในเวอร์ชั่น Pro คุณสามารถใช้ฟิลด์การคำนวณขั้นสูงของ Formidable เพื่อสร้างแบบฟอร์มคำสั่งซื้อที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้ฟังก์ชั่นในการเครื่องคำนวณของ Formidable เช่น เครื่องคำนวณสินเชื่อที่อยู่อาศัย, เครื่องคำนวณการชำระเงินค่ารถยนต์, ขอเครื่องคำนวณใบเสนอราคา และอื่นๆ

Formidable Forms สามารถทำงานร่วมกับการตลาดผ่านอีเมลและรองรับแพลตฟอร์มการชำระเงินยอดนิยมทั้งหมด รวมถังยังผสานการทำงานกับ WooCommerce เพื่อสร้างแบบฟอร์มผลิตภัณฑ์ได้

ข้อเสีย

Formidable Forms นั้นไม่ได้ใช้งานง่ายเหมือน WPForms เพราะผู้สร้างมุ่งเน้นไปที่ผู้ใช้และผู้พัฒนาขั้นสูง อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ก็ทำให้ Formidable Forms มีความยืดหยุ่นมากที่สุดในตลาด ถ้าหากคุณเป็นนักพัฒนาหรือเอเจนซี่ที่ต้องการสร้างโซลูชันที่ต้องการสร้างแบบฟอร์มหรือเว็บแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ก็ไม่มีอะไรในตลาดที่จะใกล้เคียงกับ Formidable Forms

3. HubSpot Forms

HubSpot เป็น WordPress ปลั๊กอินการตลาดแบบครบวงจรที่ใช้งานได้ฟรี มาพร้อมกับเครื่องมือมากมาย เช่น เครื่องมือสร้างแบบฟอร์ม, แชทสด, การวิเคราะห์, CRM และอื่นๆอีกมากมาย

HubSpot Forms

ข้อดี

HubSpot มีชุดเครื่องมือทางการตลาดที่ครบวงจรทั้งการสร้างแบบฟอร์ม, แชทสด, ป๊อปอัป, การวิเคราะห์ และฟีเจอร์ด้านการตลาดอื่นๆ จุดเด่นหลักๆของ HubSpot คือเป็นปลั๊กอินที่ผสานรวมเข้ากับ CRM และเครื่องมือการขายอันทรงพลังได้อย่างลงตัว ถ้าหากเว็บไซต์ของคุณใช้การตลอาดผ่านอีเมลและเครื่องมือกาขายอื่นๆของ HubSpot ก็ควรจะใช้แบบฟอร์มการติดต่อของ HubSpot ด่้วย อย่างไรก็ตาม HubSpot ก็ยังทำงานร่วมกับ WPForms และ Formidable Forms ได้อย่างง่ายดาย

ข้อเสีย

แม้ว่าปลั๊กอิน HubSpot จะใช้งานได้ฟรีโดยมีเครื่องมือการสร้างแบบฟอร์ม, แชทสดและ การวิเคราะห์ แต่คุณก็ต้องอัปเกรดเป็น Starter Plan ที่ $30 ต่อเดือน หรือสูงกว่า เพื่อใช้ฟีเจอร์ชำระเงินของ HubSpot อย่างไรก็ตาม HubSpot ยังขาดคุณสมบัติเฉพาะของ WordPress เช่น แบบฟอร์มลงทะเบียนผู้ใช้แบบกำหนดเอง แบบฟอร์มเข้าสู่ระบบ การส่งโพสต์ และอื่นๆ ทำให้ไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับ WPForms หรือ Formidable Forms

HubSpot จะเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้เครื่องมือทางการตลาดของ HubSpot อยู่แล้ว เครื่องมือสร้างแบบฟอร์มของ HubSpot ก็จะทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

4. Gravity Forms

Gravity Forms เป็นปลั๊กอินสร้างแบบฟอร์มแบบเสียเงิน ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นและฟีเจอร์ขั้นสูงมากมาย โดยผู้สร้างมีความเชี่ยวชาญในการช่วยให้ผู้ใช้งานสร้างแบบฟอร์มที่มีความซับซ้อน

Gravity Forms

ข้อดี

Gravity Forms เป็นปลั๊กอินแบบฟอร์มการติดต่อที่มีเครื่องมือสร้างแบบลากและวางที่มีประสิทธิภาพสำหรับ WordPress รวมถึงมีส่วนเสริมที่ใช้สร้างแบบสำรวจ แบบทดสอบ หรือแม้แต่สารบบเว็บ นอกจากนี้ยังทำงานรวมกับปลั๊กอินและแอพยอดนิยมมากมาย เช่น Hubspot, ActiveCampaign, Akismet, Cloudflare, PayPal, Zapier, Stripe และ Slack เป็นต้น

ข้อเสีย

Gravity Forms ไม่มีเวอร์ชันฟรี ดังนั้นจึงอาจมีราคาแพงกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปลั๊กอินแบบฟอร์มติดต่อ WordPress อื่นๆ โดยราคาเร่ิมต้นแบบ Basic License อยู่ที่ $59 ต่อปี สำหรับ 1 เว็บไซต์ อีกทั้งค่าเริ่มต้นในการสร้างแบบฟอร์มด้วย Gravity Forms ยังขาดฟีเจอร์ที่มีประสิทธิภาพ เช่น มุมมอง ตาราง และไดเร็กทอรี ซึ่งจะต้องซื้อส่วนเสริมเหล่านี้จาก 3rd Party Developers เช่น GravityKit และ GravityWiz ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายรายปีของคุณเพิ่มขึ้น

5. UserFeedback

UserFeedback เป็นปลั๊กอิน WordPress ที่ใช้รวบรวมคำติชมจากผู้ใช้ที่ดีที่สุดในตลาด สามาารถสร้างฟอร์มป๊อปอัปเพื่อใช้รวบรวมข้อมูลจากผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณแบบเรียลไทม์ได้อย่างง่ายดาย และยังสามารถสร้างแบบฟอร์มติดต่อ, แบบสำรวจและอื่นๆอีกมากมาย มีทั้งแบบฟรีเวอร์ชั่นและเวอร์ชั่นเสียเงิน โดยในเวอร์ชั่น Pro นั้นมีราคาเริ่มต้นที่ Plus Plan ปีละ $49.50

UserFeedback

ข้อดี

UserFeedback ใช้เวลาในการตั้งค่าเบื้องต้นเพียงไม่กี่นาที โดยจะมาพร้อมกันไลบรารีแบบสำรวจและเทมเพลตแบบฟอร์พร้อมใช้งานมากกว่า 20 รายการ เครื่องงสร้างนั้นเป็นมิตรสำหรับผู้เริ่มต้นเพื่อสร้างแบบฟอร์มประเภทใดก็ได้ตั้งแต่เริ่มต้น นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าให้วิดเจ็ตแบบฟอร์มปรากฏขึ้นที่มุมของเว็บไซต์ของคุณโดยอัตโนมัติ หรือจะใช้ Shortcode เพื่อฝังไว้ที่ใดก็ได้ คุณสามารถควบคุมได้ว่าจะให้แบบฟอร์มแสดงเมื่อใดและแสดงที่ไหน รวมถึงเลือกได้ว่าจะให้แสดงเฉพาะในหน้าจอขนาดใด

ข้อเสีย

UserFeedback ยังขาดคุณสมบัติที่มีประสิทธิภาพหลายๆอย่าง เช่น แบบฟอร์มการชำระเงิน, การอัพโหลดไฟล์ และฟิลด์การคำนวณ ที่ปลั๊กอินแบบฟอร์มอื่นๆ ล้วนมีให้ เช่น WPForms และ Formidable Forms

6. Jetpack Forms

Jetpack เป็นชุดเครื่องมือที่มีไว้ปรับปรุงเว็บไซต์ WordPress และมีเครื่องมือสำหรับสร้างแบบฟอร์มที่มีความยืดหยุ่นสูง โดยคุณสามารถสร้างแบบฟอร์มติดต่อ, แบบฟอร์มลงทะเบียน, แบบฟอร์มเข้าสู่ระบบ, แบบฟอร์มคำติชม และอื่นๆ อีกมากมาย

Jetpack Forms

ข้อดี

เครื่องมือสร้างแบบฟอร์มของ Jetpack ทำงานโดยใช้ WordPress Block Editor ช่วยให้คุณสร้างแบบฟอร์มแบบเสมือนจริงและตั้งค่าต่างๆ รวมถึงใช้ Block ต่างๆของ WordPress Block Editor ได้ นอกจากนี้ยังมีเทมเพลตแบบฟอร์มพร้อมใช้งานหลายหลากแบบ มีผู้ช่วยแบบ ที่ใช้นการสร้างฟอร์มแบบอัตโนมัติ, การแจ้งเตือนต่างๆทาง Dashboard และตัวป้องกันสแปมแบบฟอร์ม Akismet

ข้อเสีย

Jetpack มีฟังก์ชั่นการทำงานที่ค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับปลั๊กอินสร้างแบบฟอร์มตัวอื่นๆ นอกจากนี้ปลั๊กอินยังมาพร้อมกับเครื่องมือที่ใช้ในการปรับแต่งเว็บไซต์มากมาย ที่คุณอาจไม่ต้องการ ซึ่งแม้ว่าจะสามารถปิดการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ได้ก็ตาม แต่ก็อาจจะส่งผลต่อความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์ของคุณ

Jetpack สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี แต่ถ้าต้องการคุณสมบัติขั้นสูงสามารถอัปเกรดเป็นพรีเมียมได้ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ $14.97 ต่อเดือน

7. Ninja Forms

Ninja Forms เป็นปลั๊กอินสร้างแบบฟอร์มที่ใช้งานได้ง่าย สร้างแบบฟอร์มได้สวยงาม ได้โดยไม่ต้องเป็นนักพัฒนาเว็บไซต์มืออาชีพ มีเวอร์ชั่นฟรีให้ใช้งาน โดยในเวอร์ชั่น Pro นั้นมีราคาเริ่มต้นที่ Plus Plan ปีละ $99

Ninja Forms

ข้อดี

Ninja Forms สามาาถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี เป็นมีตรกับผู้ใช้งานในระดับเริ่มต้น ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญมากๆหรือมีทักษะในการเขียนโค้ด ก็สามารถออกแบบแบบฟอร์มที่สวยงามและซับซ้อนได้เหมือนมืออาชีพ โดยเครื่องมือในการสร้างแบบฟอร์มนั้นเป็นแบบลากและวางลงในฟิลด์ จัดแถวและคอลัมน์ได้ง่าย ทั้งแบบฟอร์มหลายหน้า, แบบฟอร์มแบบมีเงื่อนไข โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักออกแบบเพื่อสร้างแบบฟอร์มที่จะผสมผสานอย่างสวยงามกับเว็บไซต์ WordPress ของคุณ

ข้อเสีย

แม้ว่าจะมีเวอร์ชั่นฟรีให้ดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี แต่ถ้าต้องการอัปเกรดเป็นเวอร์ชั่นเสียเงิน เพื่อใช้งานฟังก์ชั่นในระดับ Advanced ที่ตัวฟรีไม่มี เช่น File Uploads, Multi Step Forms หรือ PayPal ราคาของ Ninja Forms นั้นค่อนข้างสูงเกือบเท่าตัว เมื่อเทียบกับปลั๊กอินสร้างแบบฟอร์มอื่นๆ เ่ช่น WPForms หรือ Formidable Forms ดังนั้น Ninja Forms อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด ถ้าคุณมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ

8. Typeform

Typeform เป็นปลั๊กอินยอดนิยมที่ใช้ในการสร้างแบบสอบถาม, แบบสำรวจ, แบบทดสอบ, แอปพลิเคชัน และอื่นๆ มีอินเตอร์เฟซคำถามที่ทันสมัย นำเสนอคำถามทีละข้อ ซึ่งจะมอบประสบการณ์การตอบแบบสอบถามที่ดี

Typeform

ข้อดี

Typeform มาพร้อมกับไลบรารีเทมเพลตที่สวยงามมากกว่า 3,000 รายการและ Question types ที่แก้ไขได้ 28 ประเภท คุณสามารถปรับแต่แบบด้วยด้วยโลโก้และสีที่ต้องการเพื่อให้เข้ากับเว็บไซต์ของคุณได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีพร้อมกับคุณสมบัติ AI ที่จะช่วยคุณปรับแบบฟอร์มของคุณให้เหมาะสม

ข้อเสีย

Typeform ไม่มีเวอร์ชั่นฟรี โดยราคาเริ่มต้นแบบ Basic Plan $25 ต่อเดือน ซึ่งเป็นราคาที่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ Typeform ยังเป็นเครื่องมือ SaaS (ซอฟต์แวร์เป็นบริการ) และจัดเก็บข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ภายนอก สิ่งนี้อาจทำให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าตกอยู่ในความเสี่ยงได้

9. FormStack

FormStack เป็นปลั๊กอินที่ใช้สร้างแบบฟอร์มที่ทรงพลังสำหรับหน่วยงานภาครัฐและธุรกิจในอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ การศึกษา ประกันภัย และการเงิน โดยคุณสามารถสร้างแบบฟอร์มที่สอดคล้องกับ PCI และ HIPPA สำหรับการเติมใบสั่งยา การสมัครประกันภัย และอื่นๆ

FormStack

ข้อดี

FormStack ช่วยทำให้กระบวนการสร้างแบบฟอร์ม การเตรียมเอกสารและรวบรวมลายเซ็นอิเล็กทรอนิคส์นั้นง่ายขึ้น เป็นระบบที่ไม่ต้องใช้การเขียนโค้ดใดๆ ก็ทำให้กระบวนการต่างๆ เป็นอัตโนมัติ เช่น การขาย การดูแลผู้ป่วย การเคลมประกัน และอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มชำระเงินยอดนิมมได้ เช่น Stripe, PayPal, Authorize.net, Braintree และอื่นๆ เพื่อสร้างแบบฟอร์มการชำระเงิน

ข้อเสีย

FormStack ไม่มีเวอร์ชั่นฟรี เป็นปลั๊กอินสร้างแบบฟอร์มที่มีราคาสูงที่สุดในปลั๊กอิน 9 รายการที่รีวิวนี้ โดยราคาเริ่มต้นที่ใช้สร้างแบบฟอร์มได้จะเป็น Plan Form มีราคาที่ $50 ต่อเดือน โดยที่สร้างฟอร์มได้เพียง 20 รูปแบบ ในขณะที่ปลั๊กอินอื่นๆเสนอการสร้างฟอร์มแบบไม่จำกัด

ที่มา : wpbeginner

สรุป

สำหรับปลั๊กอินที่ใช้สร้างแบบฟอร์มสำหรับเว็บไซต์ WordPress นั้นไม่มีตัวไหนดีที่สุดในทุกรูปแบบ ถ้าเป็นมือใหม่ที่ไม่อยากจะเสียเงินซื้อปลั๊กอินก็ขอแนะนำให้ใช้ WPForm Lite เพราะค่อนข้างครบถ้วนในแบบพื้นฐาน ส่วนถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจและต้องการสร้างแบบฟอร์มที่กำหนดเองได้และมีประสิทธิภาพสูงโดยที่ไมีต้องเรียนรู้โค้ด CSS หรือจ้างนักพัฒนาก็แนะนำให้เลือก WPForm Pro แต่ถ้าต้องการสร้างแบบฟอร๋มที่มีตวามซับซ้อนมากขึ้น ก็ไม่มีอะไรดีกว่าไปกว่า Formidable Forms

Back To Top
Search