Skip to content

ตอนนี้ WordPress Block Editor ได้เพิ่มฟีเจอร์แก้ไข จัดการ เข้ามาเรื่อยๆ จนเรียกว่าแทบจะใช้แทนพวกปลั๊กอิน Page Builder ต่างๆ ได้ เพราะสามารถทำงานแทนกันได้ ตัว Block Editor ของ WordPress ได้ใช้ Gutenberg เป็นตัว Core ในระบบ ดังนั้นจึงมีความเข้ากันได้กับปลั๊กอินต่างๆ แถมยังมีจุดเด่นเรื่องความไวอีกต่างหาก

Block Editor

Block Editor ได้เปิดตัวใน WordPress ในเวอร์ชั่น 5 และปัจจุบัน WordPress ได้ใช้ระบบ Block Editor นำมาแทน Classic Editor แบบเดิม มีเครื่องมือเพิ่ม จัดการ แก้ไขเนื้อหารวมถึงมี Widgets ต่างๆ มาครบครัน และใช้งานง่าย แม้แต่ธีมบางตัวยังเรียกตัวเองว่า Block Theme ไปแล้วก็มี

เนื่องจากตัว Block Editor อนุญาตให้คุณใช้ Block สำหรับสร้างโครงเนื้อหา จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะสับสนกับตัว Page Builder แบบลากและวางว่ามันต่างกันตรงไหน พวกปลั๊กอินตัว Page Builder ใน WordPress เป็นเครื่องมือออกแบบแบบลากและวางที่ช่วยให้คุณสร้างการออกแบบเว็บไซต์ WordPress แบบกำหนดเองโดยไม่ต้องเขียนโค้ดใดๆ เช่น Elementor, SeedProd, Thrive Architect, Beaver Builder, Divi หรือ Visual Composer เป็นต้น

ตัวอย่าง Page Editor

Elementor Page Builder หนึ่งใน Page Builder ยอดนิยมที่มีผู้ใช้สูงมาก

SeedProd Page Builder

Beaver Builder

Divi Page Builder

Visual Composer อีกหนึ่งใน Page Builder ยอดนิยมตัวหนึ่ง

แต่ละ Page Builder จะมีเทมเพลตสำเร็จรูปให้เราเลือกใช้งาน มีความยื่นหยุ่นมากกว่า Block Editor

ความแตกต่างระหว่าง Gutenberg และ Page Builder

ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดคือตัวแก้ไข Blockมาพร้อมกับ Coreหลักของ WordPress คือเป็นตัวแก้ไขเริ่มต้นที่มีมาให้เราเลยตั้งแต่แรก ส่วน Page Builder จะถูกสร้างและสนับสนุนโดยนักพัฒนาเจ้าอื่น ทีมงาน WordPress ไม่ได้เรียกตัวแก้ไขเริ่มต้นว่า “Page Builder” แต่พวกเขากลับเรียกมันว่า “Block editor” และมันถูกนำเสนอเป็นวิธีสมัยใหม่ในการแก้ไขเว็บไซต์ของคุณใน WordPress เดี๋ยวเรามาดูกันต่อว่ามีอะไรอื่นๆ ที่น่าสังเกตบ้าง

1. Block และ Widgets

Block Editor มาพร้อมกับชุด block เริ่มต้นที่เหมาะสมครอบคลุมองค์ประกอบเนื้อหาทั่วไปทั้งหมด สามารถบันทึกและนำ block กลับมาใช้ใหม่ในโพสต์อื่นๆ และเว็บไซต์ WordPress อื่นๆ มี API ที่มีประสิทธิภาพช่วยให้นักพัฒนาปลั๊กอินสามารถสร้าง block ของตนเองได้ และปลั๊กอิน WordPress ชั้นนำยังมีตัวเสริมการทำงานที่เกี่ยวกับ block wordpressที่คุณสามารถเลือกใช้ได้

2. ความเข้ากันได้และการสนับสนุนของธีม

Block editor ของWordPress จะใช้สไตล์ธีมของเราเป็นหลัก มันจะเพิ่ม CSS ของตัวเองบางส่วนและช่วยให้คุณเพิ่ม CSS ที่กำหนดเองได้ แต่จะไม่ทับสไตล์และการตั้งค่าธีมของคุณ ส่วนปลั๊กอิน Page Builder จะสามารถทำงานกับสไตล์ธีมของคุณได้ แต่ก็ยังให้ตัวเลือกในการเข้าควบคุมเพจและแทนที่สไตล์ของธีมของคุณโดยสมบูรณ์

3. ตัวเลือกการจัดการรูปแบบและสไตล์

Block editor มาพร้อมกับตัวเลือกสไตล์และการจัดรูปแบบของตัวเอง แต่ตัวเลือกมีจำกัด หากต้องการสไตล์และการจัดรูปแบบเพิ่มเติม คุณจะต้องเขียน CSS กำกับเพิ่มเอง ขณะที่ Page Builder จะมีตัวเลือกในการจัดการสไตล์มาให้คุณอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเปลี่ยนสีพื้นหลังของ block การไล่ระดับสี ใช้ไอคอนแบบอักษร เลือกแบบอักษร ความสูงของเส้น ปรับความกว้างขององค์ประกอบ ใช้สไตล์บนรูปภาพ และอื่นๆ อีกเพียบ

4. เทมเพลต รูปแบบ และส่วนต่างๆ
Block editorจะมาพร้อมกับ “Pattern” ซึ่งเป็นชุด blockคล้ายๆ Template ที่เราสร้างขึ้นเองของ Page Editor คุณสามารถใช้ Block Patterns นี้เพื่อใช้เป็นแม่แบบใน Page หรือส่วนต่างๆ ใน Block WordPress อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

Patterns สำเร็จรูป ของ Block ใน WordPress ช่วยให้เราสร้างเว็บได้รวดเร็วขึ้น

5. ฟีเจอร์อื่นๆ

Block Editor สามารถคลิกเลือกวัตถุเพื่อลากและวางยังตำแหน่งอื่นๆ ได้ แต่อาจจะยังไม่สามารถคลิกแล้วลากเพื่อปรับค่ากว้างยาวของเลย์เอาท์ได้เหมือนกัน Page Builder อื่นๆ

Block Editor สามารถใช้เมาส์ลากวัตถุเพื่อไปวางตำแหน่งอื่นๆ ได้

Block Builder ใช้แทน Page Builder ได้หรือไม่

ปัจจุบัน Block Builder ของ WordPress พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นมาก ทำให้คุณสามารถใช้แทน Page Builder เจ้าอื่นๆ ได้เลย แถมมีความไวในการโหลดหน้าเว็บ เพียงแต่ว่าคุณอาจจะต้องลง Add-ons อื่นๆ สำหรับ Gutenberg เพิ่มเติม เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานและช่วยให้สร้างเว็บได้สะดวกสบายรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งมีอยู่หลายเจ้าด้วยกัน เช่น PostX, Ultimate Blocks, Spectra, Qubely, Qi Blocks for Gutenberg, Kadence Blocks, Gutentor ฯลฯ

Page builder และ Block editor ต่างเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสร้างหน้าเว็บทั้งคู่ Page builder เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการสร้างหน้าเว็บที่ซับซ้อน ในขณะที่ Block editor อาจจะเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการสร้างหน้าเว็บที่มีความซับซ้อนน้อยกว่า

สรุป

หากคุณเป็นผู้เริ่มต้นใช้ระบบ WordPress Block editor ก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้งานง่ายและเหมาะสำหรับผู้ใช้ทุกระดับ หากคุณต้องการสร้างหน้าเว็บที่ซับซ้อนและสวยงาม อาจจะพิจารณา Page builder เป็นทางเลือก

แต่หากคุณยังไม่แน่ใจว่าเครื่องมือใดเหมาะกับคุณ คุณสามารถทดลองใช้ทั้ง Page builder และ Block editor เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของแต่ละเครื่องมือ และเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับความต้องการของคุณมากที่สุด

Back To Top
Search