Skip to content
การเพิ่มหมวดหมู่ให้กับ Media Library ใน WordPress

ใน WordPress นั้นมีระบบที่เรียกว่า Media Library ซี่งจะใช้จัดเก็บไฟล์มีเดียต่างๆ เช่น ไฟล์รูปภาพ, ไฟล์วิดีโอ, ไฟล์เสียง และไฟล์เอกสาร แต่โดยปกติแล้วใน Media Library จะเป็นการเก็บไฟล์ทุกชนิดรวมๆกัน ไม่มีการแบ่งหมวดหมู่ ทำให้ถ้ามีไฟล์มีเดียจำนวนมากและมีหลายชนิด ก็อาจะทำให้การค้นหาไฟล์ที่ต้องการทำได้ค่อนข้างยากและใช้เวลาในการค้นหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไมไ่ด้มีการตั้งขื่อไฟล์อย่างเป็นระเบียบหรือจำชื่อไฟล์ไม่ได้ ก็ทำให้การค้นหาใช้เวลานานขึ้น

ส่วนประกอบของ Media Library

ในหลังบ้าน WordPress เราจะเข้าไปที่ Media Library ได้ที่ -> Media ก็จะเห็นว่าจะมีเมนู Library ซึ่งก็เป็นหน้าเดียววกันกับเวลาคลิกที่ Media และอีกเมนู Add New Media File เอาไว้อัปโหลดไฟล์มีเดีย

อธิบายส่วนต่างๆของหน้า Media Library

  1. ปุ่ม Add New Media File สำหรับใช้อัปโหลดไฟล์มีเดีย
  2. ปุ่มเปลี่ยนมุมมองในการดูไฟล์มิเดียว มีสองแบบคือ List View กับ Gird View โดยในภาพตัวอย่างจะเป็นมุมมองแบบ List View
  3. Filter ตัวกรอง สำหรับใช้เลือกดูไฟล์มีเดียวตามประเภทของไฟล์
  4. Filter ตัวกรอง สำหรับใช้เลือกดูไฟล์มีเดียวแบบตามเดือนและปี
  5. ปุ่ม Filter เมื่อเลือก Filter แล้วให้กดปุ่มนี้เพื่อให้ตัวกรองมีผล โดยในการดูแบบ Gird View จะไม่มีปุ่มนี้ เพราะเมื่อเลือกตัวกรองแล้วก็จะทำงานโดยอัตโนมัติ
  6. ช่องสำหรับค้นหาไฟล์มีเดีย ตามชื่อที่พิมพ์ค้นหา

การอัปโหลดไฟล์มีเดีย

เมื่อคลิกที่ปุ่ม Add New Media File ในหน้า Media Library หรือเลือก Media -> Add New Media File ก็จะมาที่หน้า Upload New Media สามารถลากไฟล์มีเดียลงมาที่ Drop files to upload ได้เลย หรือคลิกที่ปุ่ม Select Files เพื่อเลือกจาก Folder ในคอมพิวเตอร์

การแก้ไข ลบและแสดงไฟล์

ในหน้า Media Library นั้น เมื่อเลื่อนเคอร์เซอร์เมาส์ไปที่ไฟล์มีเดีย ก็จะแสดงเมนูย่อยออกมา ซึ่งมีอยู่ 5 เมนู ดังนี้

  • Edit – ใช้แก้ไขชื่อไฟล์ ใส่ Alternative Text, Caption และ Description ให้กับไฟล์มีเดีย
  • Delete Permanently – ใช้ลบไฟล์มีเดียไฟล์นั้นออกจากระบบ
  • View – เมื่อคลิกจะเป็นการเปิดหน้า Permalink ของไฟล์มีเดียนั้นๆ
  • Copy URL – เมื่อคลิกจะเป็นการ Copy URL ของไฟล์มีเดียนั้นๆ
  • Download file – เป็นการ Download ไฟล์มีเดียนั้นลงคอม

ตัว Media Library ของ WordPress เองนั้นไม่สามารถสร้าง Categories ได้เอง ต้องมีตัวช่วย โดยตัวช่วยก็คือปลั๊กอินที่มีชื่อว่า Media Library Categories จากผู้พัฒนา Jeffrey-WP โดยมียอดดาวน์โหลดไปใช้งานตั้งแต่เวอร์ชั่นแรกจนถึงเวอร์ชั่นล่าสุดรวมแล้วมากกว่า 4 แสนครั้ง มีทั้งเวอร์ชั่น Free และ Premium ให้เลือกใช้งาน

คุณสมบัติของ Media Library Categories เวอร์ชั่น Free

  • เพิ่ม / แก้ไข / ลบหมวดหมู่ออกจาก Media Library ได้
  • เปลี่ยนหมวดหมู่ของหลายรายการพร้อมกันด้วยการดำเนินการแบบกลุ่ม
  • ตัวเลือกหมวดหมู่และการจัดการใน Media Library
  • มีตัวกรอง filter categories ใน Media Library
  • มีตัวกรอง filter categories ใน gallery shortcode
  • taxonomy filter
  • รองรับ WordPress 4.0 – 6.5

สำหรับ Media Library Categories เวอร์ชั่น Premium จะมีการเพิ่มตัวเลือกในการกรองหมวดหมู่เมื่อแทรกไฟล์มีเดียลงใน Post หรือ Page

การติดตั้งปลั๊กอิน Media Library Categories

ที่หลังบ้าน WordPress ไปที่ Plugins -> Add New Plugin

ที่หน้า Add Plugins ให้ใส่คำว่า Media Library Categories ที่ช่อง Keyword

Install และ Activate ให้เรียบร้อย

หลังจากติดตั้งและเปิดใช้งานแล้ว ก็จะมีเมนู Categories เพิ่มเข้ามาในเมนู Media ซึ่งตัว Categories จะเป็นตัวเดียวกันกับของ Post (จะเห็นว่ามี Category ที่สร้างไว้แล้ว) ส่วนการสร้าง Category ก็ทำเหมือนสร้าง Category ของ Post เลย แต่ควรตั้งชื่อให้ไม่ไปปะปนกับ Category ของ Post เพื่อจะได้ไม่สับสนเวลาเลือก

ส่วนการเพิ่มหมวดหมู่ให้กับไฟล์มีเดียนั้นถ้าเป็นไฟล์ที่อัปโหลดใหม่ เมื่ออัปโหลดเสร็จแล้ว ให้คลิกที่ Edit

ก็จะมาที่หน้า Edit Media ให้ดูที่ Categories เลือกหมวดหมู่ที่ต้องการแล้วคลิกที่ปุ่ม Update

ส่วนการเพิ่มหมวดหมู่ให้กับไฟล์มีเดียที่มีอยู่แล้วนั้นสามารถทำได้ง่ายๆในหน้า Media Library โดยการติ๊กถูกหน้าไฟล์มีเดียที่ต้องการ

จากนั้นคลิกที่ Dropdown -> Bulk actions เพื่อเลือกหมวดหมู่ที่ต้องการ จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Apply

ก็จะเห็นว่าไฟล์มีเดียที่เลือกได้มีหมวดหมู่แล้ว

เมื่อมีหมวดหมู่แล้ว ก็จะมีตัวกรอง Filter ที่ใช้กรองเฉพาะ Categories เพิ่มขึ้นมาในหน้า Media Library

สรุป

การสร้างหมวดหมู่ให้กับ Media Library ใน WordPress โดยใช้ปลั๊กอิน Media Library Categories ทำให้ไฟล์ใน Media Library เป็นระเบียบมากขึ้น การเลือกดูก็ทำได้ง่ายขึ้น เพระมีตัวกรอง Categories เพิ่มขึ้นมา รวมถึงเวลาค้นหาก็ทำได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะถ้าเป็นเว็บมีมีไฟล์มีเดียมากๆเช่น เว็บร้านค้า สร้างหมวดหมู่เพื่อแยกรูปภาพไปตามประเภทของสินค้าก็ทำให้เวลากลับมาแก้ไข ลบ ก็ทำได้สะดวกง่ายด่ายกว่ามาก

Back To Top
Search